ภูกระดึง
ภูกระดึง จังหวัดเลย ลักษณะของภูกระดึงเป็นภูเขาหินทรายยอดตัดอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของที่ราบสูงโคราช ใกล้กับด้านลาดทิศตะวันออกของเทือกเขาเพชรบูรณ์ มียอดเขาที่สูงที่สุดคือ ภูกุ่มข้าว สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,350 เมตร มีความหลายหลายของธรรมชาติ โดยเฉพาะสภาพป่าบนภูกระดึงที่มีอยู่ถึง 5 ชนิดด้วยกัน คือ ป่าเต็งรัง ป่าเบ็ญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา ป่าสนเขา กระจายตัวอยู่ตามระดับความสูงของพื้นที่ ป่าต่าง ๆ เหล่านี้ได้ก่อกำเหนิดแม่น้ำสายสำคัญ คือ แม่น้ำพอง ซึ่งหล่อเลี้ยงเขื่อนอุบลรัตน์และเขื่อนหนองหวาย ในจังหวัดขอนแก่น ป่าบนภูกระดึงยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่ามากมาย มีทั้งสัตว์ป่าขนาดเล็ก จนถึงขนาดใหญ่และหายากอย่า ช้างป่า หมาใน กวางป่า เต่าปูลู ฯลฯ ภูกระดึงได้รับการประกาศจัดตั้งให้เป็นอุทยานแห่งชาติมาตั้งแต่ปี พ . ศ . 2505 เป็นอุทยานลำดับที่ 2 ของประเทศรองจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ในด้านของการท่องเที่ยวภูกระดึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงามมากมาย และมีผู้เดินทางมาท่องเที่ยวในแต่ละปีเป็นจำนวนมากติดอันดับต้น ๆ ของประเทศ ทางอุทยานฯจึง ได้กำหนดช่วงเวลาของการเที่ยวภูกระดึงไว้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ไปจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม ของทุกปี หลังจากนั้นจะมีการปิดอุทยานฯให้ธรรมชาติบนภูได้ฟื้นตัว และเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว เนื่องจากช่วงเวลาที่ปิดเป็นฤดูฝน เสี่ยงต่อการเกิดภัยธรรมชาติต่างได้ง่าย
ภูกระดึง เปรียบเสมือนปฐมบทแรกของผู้ที่ชอบท่องเที่ยวแนวแค้มปิ้ง เดินป่า หลาย ๆ คนเริ่มเดินป่าครั้งแรกที่ภูกระดึง เรื่องเล่าถึงความยากลำบากในการเดินทางพิชิตยอดภูกระดึง ได้ถูกถ่ายทอดจากนักเดินทางจากรุ่นสู่อีกรุ่น ฟังดูยังคงดูมีมนต์ขลัง และท้าทายนักเดินทางรุ่นแล้วรุ่นเล่า จนต้องหาโอกาสเดินทางขึ้นไปสัมผัสให้ได้สักครั้งในชีวิต ก่อนที่สังขารจะไม่อำนวย เสน่ห์ของการเดินทางท่องเที่ยวภูกระดึงอยู่ที่ความยากลำบาก และความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวด้านบนยอดภู ซึ่งประกอบไปด้วยสภาพธรรมชาติที่สวยงามมากมาย เช่น วิวทิวทัศน์ สภาพป่าที่อุดสมบูรณ์ น้ำตกที่สวยงาม และสภาพอากาศที่หนาวเย็น ล้วนสวยงามสร้างความประทับใจแก่ผู้ที่พบเห็น การเดินทางมาเที่ยวภูกระดึง ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับนักเดินทางมือใหม่ ถ้าเป็นเรื่องความยากลำบากของเส้นทางขึ้นดอยสูงไม่มีใครไม่รู้จักชื่อ ภูกระดึง เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการเตรียมความพร้อมของร่างกายพอสมควร ต้องหมั่นออกกำลังกายฟิตร่างกายให้พร้อมก่อนขึ้นภู และต้องมีการศึกษาข้อมูลวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวให้พร้อม ให้เหมาะสมกับเวลาที่เรามีอยู่ ถึงจะเรียกได้ว่านักเดินทางมืออาชีพ
การเดินทางมาเที่ยวภูกระดึงนั้น แนะนำให้เดินทางมาถึงเชิงภูในตอนเช้า และเริ่มเดินในตอนเช้า จะได้ไปถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและจุดกางเต็นท์ด้านบนก่อนมืด การเดินทางขึ้นภูกระดึงจำเป็นต้องจ้างลูกหาบ เพราะระยะทางค่อนข้างไกลและลำบาก ลำพังนักท่องเที่ยวเดินตัวเปล่าก็แทบไม่ไหวกันอยู่แล้ว ก่อนที่จะเดินขึ้นภูหลังจากจ่ายค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯเรียบร้อยก็ให้ติดต่อจ้างลูกหาบซึ่งอยู่บริเวณเดียวกัน แต่ก่อนอัตราการจ้างอยู่ที่กิโลกรัมละ 10 บาท ในยุคน้ำมันแพงอย่างปัจจุบันนี้ก็กิโลกรัมละ 15 บาท หลังจากติดต่อและชั่งสัมภาระเรียบร้อยแล้วก็จะได้เอกสารยืนยัน และต้องเก็บไว้เป็นหลักฐานไว้รับสัมภาระด้านบนภู เพราะพอชั่งสัมภาระเสร็จลูกหาบก็จะเริ่มหาบและเดินขึ้นไปพร้อม ๆ กับเรา แต่โดยส่วนใหญ่ก็จะถึงบนภูก่อนนักท่องเที่ยวเพราะลูกหาบเดินประจำและมีความแข็งแรง นักท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องรีบเดินครับเดินไปเรื่อย ๆ ชมธรรมชาติที่สวยงามสองข้างทางไปด้วย ทางช่วงแรกจากจุดเริ่มเดินไปจนถึงยอดภูบริเวณที่เรียกว่าหลังแป ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นทางขึ้นเขาโดยตลอด และบางช่วงค่อนข้างชัน สภาพทางช่วงนี้ จะผ่านจุดแวะพัก หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า ซำ ซึ่งมีร้านขายอาหารและเครื่องดื่มเย็น ๆ อยู่เป็นระยะ ๆ นักท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องน้ำและอาหาร แต่ราคาก็ค่อนข้างสูงนิดหน่อยตามระดับความสูง เพราะจะต้องหาบขึ้นมานั่นเอง ทางระหว่างนี้จะค่อย ๆ ไตระดับความสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ และผ่านสภาพป่าต่างมากมายตั้งแต่ป่าระดับพื้นราบไปจนถึงป่าดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,200 เมตร สังคมป่าที่พบก็ได้แก่ ป่าเต็งรัง ป่าเบ็ญจพรรณ ป่าดงดิบแล้ง และป่าดงดิบเขา โดยปกติทางช่วงแรกนี้จะใช้เวลาเดินอยู่ระหว่าง 3-4 ชั่วโมงก็จะถึงบริเวณที่เรียกว่าหลังแป จากหลังแป จะต้องเดินเท้าต่อไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นจุดที่ทางอุทยานฯ อนุญาตให้กางเต็นท์พักแรมอีกประมาณ 3 กิโลเมตร ระยะทางช่วงนี้เป็นทางราบบนยอดภู เดินสบาย ทางจะผ่านไปตามทุ่งหญ้าและป่าสน มองได้กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยวด้านบนภูมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น ร้านอาหารมีอยู่มากมายหลายร้าน มีห้องน้ำบริการหลายจุด มีบ้านพักอุทยาน มีสถานที่กางเต็นท์ มีเต็นท์พร้อมเครื่องนอนให้เช่าสำหรับผู้ที่ไม่ได้เตรียมมา หลังจากที่นักท่องเที่ยวมาถึงบริเวณศูนย์บริการ ก็ควรที่จะติดต่อรับสัมภาระและจัดการเรื่องที่พักของตัวเองให้เรียบร้อย หากมีเวลาและสภาพร่างกายยังไหวอยู่ แนะนำให้เดินหรือเช่าจักรยานจากที่ทำการมาชมวิวพระอาทิตย์ตกยังบริเวณผาหมากดูก หรือผ่าจำศีลก็ได้ ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตรครับ ยามเย็นพระอาทิตย์ตก คละเคล้าเสียงสายลมหนาวที่พัดใบสน ได้อีกบรรยากาศของการเที่ยวภูสูงอย่างภูกระดึง เสร็จแล้วก็กลับมายังแค้มป์พักผ่อนเอาแรงสำหรับวันรุ่งขึ้น
เช้าวันแรก ควรที่จะตื่นแต่เช้าก่อนพระอาทิตย์จะขึ้น ออกเดินทางไปชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ที่ผานกแอ่น ซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นจุดที่สามารถชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกได้เพียงแห่งเดียวบนภูกระดึง นักท่องเที่ยวควรวางแผนเวลาและการเดินทางให้ดี จะได้ไม่พลาดแสงแรกของเช้าวันใหม่ ขากลับจากผานกแอ่น จะผ่านลานพระแก้ว เป็นพระพุทธรูปปางห้ามญาติองใหญ่ประดิษฐานอยู่บนลานหิน เป็นที่สักการระของชาวภูกระดึงและนักท่องเที่ยวทั่วไป หลังจากไหว้พระเป็นสิริมงคลแล้ว ก็กลับมายังแค้มป์วางแผนสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวธรรมชาติ ซึ่งมีอยู่หลายเส้นทาง แต่ละเส้นทางล้วนผ่านไปตามแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงาม มีให้เลือกทั้งใกล้และไกล เดินเยอะก็เห็นอะไรเยอะหน่อย หรือจะชอบเดินน้อยแต่เน้นพักผ่อนกินบรรยากาศก็สุดแล้วแต่นักท่องเที่ยวจะเลือก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเวลาของนักท่องเที่ยวเองว่ามีเวลามากน้อยแค่ไหน แต่ช่วงเวลาที่เหมาะสมของการมาเที่ยวภูกระดึง ควรที่จะมีเวลาค้างแรมบนยอดภูอย่างน้อย 2 คืน ถึงจะเรียกได้ว่าเที่ยวคุ้ม
|