|
ย้อนกลับไปเมื่อสามปีกว่าๆ
ผมยังทำงานอยู่ในบริษัทแห่งหนึ่ง
ในช่วงวันหยุดยาวมักจะจัดทัวร์ไปเที่ยวแบบแค้มปิ้ง
ตอนแรกก็ไปกับกลุ่มเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน
แต่เพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุขาหักดามเหล็กอยู่
อีกคนหนึ่งถูกส่งไปทำงานประจำที่ออฟฟิชสิงคโป
อีกคนออกไปเปิดร้านคอมอยู่ที่เชียงใหม่
ดังนั้นการจะไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนจึงต้องยุติไป
จึงได้หันมาจัดทัวร์พาคนไปเที่ยวด้วยจุดประสงค์ก็คือเราได้ไปเที่ยวด้วย
ครั้งหนึ่งจะถึงวันหยุดยาว
ผมจึงตั้งโปรแกรมทัวร์ไปขึ้นดอย
มีเสียงโทรศัพท์จากลูกค้ากลุ่มหนึ่งดังขึ้น
บทสนทนามีใจความว่า
สวัสดีครับ
ผมกิ่วลม
ทัวร์ดอยครับ
มีเสียงใสๆ
พูดกลับมาว่า "
คุณกิ่วลมเหรอ
เรากลุ่ม...
ที่จะจองทัวร์ของคุณ
คือว่าเพื่อนๆ
ในกลุ่มให้โทรมาถามว่า
คุณเรียนจบอะไรมาที่จะนำทัวร์พวกเรา
ตอนนี้คุณมีงานทำอยู่หรือเปล่า"
ฟังดูแล้วรู้สึกแปลกใจว่าทำไมไม่ถามถึงเรื่องบริการต่างๆ
ของโปรแกรมทัวร์ที่ลูกค้าพึงจะทราบ
กลับมาถามเรื่องวุฒิการศึกษา
ผมจึงตอบไปว่า
ผมจบโรงเรียนสารพัดช่าง
เคยทำงานก่อสร้าง
ตอนนี้ตกงาน
ลูกค้าถามกลับมาอีกด้วยความสงสัย
"แล้วยังงี้คุณจะนำทัวร์พาเราไปเที่ยวได้เหรอ
เพื่อนๆ เราจบนอกนะ"
อึ้งกิมกี่เลยเรา
ก็เลยตอบกลับไปแบบไม่ค่อยจะมั่นใจว่า
" ก็คงได้นะครับ
ผมก็เคยจัดมาบ้างแล้ว
"
อันนี้คือพูดตอบเขาไป
แต่ในใจก็อยากจะตอบไปว่า
ถ้าพวกคุณทั้งหลายที่จบนอกมานั้นหากว่าพูดไทยและฟังภาษาไทยรู้เรื่อง
หรือฟังภาษาคนรู้เรื่องผมก็คงจัดไปได้
แต่ถ้าหากฟังภาษาไทยรู้เรื่องแต่ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องก็คงจัดไปไม่ได้
และทริปนั้นก็เกิดขึ้น
ผมเองก็ปรึกษากับเพื่อนว่าผมจะล้มทริปนี้เพราะเซ๊นต์ของผมมันบอกว่าคงมีปัญหาแน่ๆ
เลย
เพื่อนก็บอกว่าอย่าล้มเลย
ลองดูให้รู้ไปเลย
สรุปว่าไปก็ไป
คงเป็นเพราะความแตกต่างบางอย่าง
คำพูดต่างๆ
ที่ลูกทัวร์พูดกับเราค่อนข้างจะฟังแล้วไม่ค่อยดีเท่าไร
ตอนนั้นก็ยังไม่ทำทัวร์เต็มตัว
ทำงานประจำ ตำแหน่งวิศวกรโครงบ้าง
ผู้จัดการโครงการบ้าง
เวลาทำงานก็มีลูกน้องมากมายตั้งแต่วิศวกรจนถึงกรรมกร
ตอนนั้นยังไม่ได้สวมหัวใจไกด์
ถ้าสวมหัวใจไกด์เมื่อไรก็คงทำใจได้
ไกด์มีหัวใจเหมือนฟองน้ำที่อ่อนนุ่มดูดซับได้หมด
สำหรับผมแล้วการที่จะคบกับใครหรือพูดกับใครนั้นผมให้เกียรติ์ที่เขาเป็นคน
ไม่ใช่ว่าจะให้เกียรติคนที่มีตำแหน่งหน้าที่สูง
หรือจะดูถูกคนที่การศึกษาต่ำ
หรือคนที่ตกงาน
ในสายตาผมทุกคนมีเกียรติ์เท่ากันรวยจนเท่า
กันเพราะว่าซื้อทัวร์มาในราคาเดียวกัน
แต่สิ่งที่แต่ละคนจะต่างกันคืออัธยาศัย
มนุษยสัมพันธ์ที่มีต่อบุคคลอื่นหาใช่ที่ตำแหน่งการงาน
หรือวุฒิการศึกษาไม่
บางครั้งผมเห็นลูกทัวร์ทำตัวโทรมๆ
แต่งตัวสบายๆ
พูดจาเป็นกันเองที่ไหนได้ทำงานดีตำแหน่งหน้าที่การงานสูง
บางคนดูเป็นเด็กๆ
ทำตัวเป็นกันเอง
ถามโน่นถามนี่
คุยกันสนุกสนาน แต่ที่ไหนได้เธอเป็นดอกเตอร์
อายุเพิ่ง 28 ปี ทำงานมาแล้ว 2
ปี แปลว่าเธอจบด๊อกเตอร์ตอนอายุ
26 ปี โอ้ เก่งจริงๆ
ผมจัดทัวร์พาลูกทัวร์เที่ยวแบบทัวร์อาชีพ
ต้อนรับลูกทัวร์จริงๆ
มามากมาย (
ไม่ใช่ซื้อทัวร์เพราะเป็นพวกกันเพื่อนกันรู้จักกัน
)
ทุกคนไม่รู้ว่าผมเป็นใคร
หน้าตาเป็นอย่างไร
จบอะไรมา
มีการศึกษาหรือไร้การศึกษาก็ไม่รู้
รู้แต่เพียงว่า นายกิ่วลม
ผู้ชอบเดินป่าชอบเที่ยวภูเขา
ชอบถ่ายรูป แค่นี้เอง
ในช่วงนี้ 3
ปีที่ผ่านมาทัวร์ของผมได้โตขึ้นมาก
มีนักท่องเที่ยวรู้จักมากและได้รับความไว้วางใจมากขึ้นอย่างน่าแปลกใจ
นี่แหล่ะที่ผมภูมิใจ
ผมเป็นวิศวกร
วิศวกรเครื่องกล
ไม่เกี่ยวกับการเดินป่าเที่ยวภูเขา
วิศวกรเท่ห์เมื่ออยู่ในโรงงานหรืออยู่ในโครงการที่ตนเองรับผิดชอบมีลูกน้องมากมาย
วิศวกรที่เดินอยู่บนภูเขาเป็นแค่นักเดินทางคนหนึ่งซึ่งสวมปักรูปนกไม่ใช่สวมหมวกขาว
เป็นวิศวกรที่ดีไม่ได้หมายความว่าจะจัดเที่ยวป่าได้ดี
หัวใจของนักท่องเที่ยวที่ดีต่างหากที่จะจัดเที่ยวได้ดี
ปัจจุบันนี้ผมเป็นนักเดินป่ามืออาชีพไม่ใช่วิศวกร
ผ่านไปหลายปีได้ฤกษ์แนะนำตัวกันเสียที
ผม
นายกิ่วลม
ลูกทัวร์มักเรียกว่า
พี่กิ่ว คุณกิ่ว กิ่วลมเป็นนิคที่ตั้งขึ้น ชื่อจริงๆ
ของผมชื่อ เสกสรร
ชื่อเดียวกับคนในบัญชีธนาคารที่ลูกทัวร์โอนเงินมัดจำทัวร์มานั่นแหล่ะครับ
ลูกทัวร์บางท่านโทรมาพูดว่า
คุณกิ่วลมเหรอคะ
ดิฉันได้คุยกับคุณเสกสรรไว้เกี่ยวกับเรื่องจองทัวร์
เอ้อ... คือว่า เสกสรร
กับ กิ่วลม ก็คนๆ
เดียวกันครับ
ทั้งทัวร์ดอยก็มีผมคนเดียวนี่แหล่ะครับ
สรุปว่า
นายกิ่วลม ก็คือ
นายเสกสรร นะครับ
ผมเป็นเวบมาสเตอร์ทัวร์ดอย
เป็นเจ้าของทัวร์ดอย
เป็นหัวหน้าทริป
เป็นไกด์
เป็นช่างภาพ
เป็นพ่อครัว (
ตอนนี้เริ่มมีผู้ช่วยทำแทน
) บางทีก็เป็นลูกหาบ
และเป็นเพื่อนที่ดีกับนักท่องเที่ยวที่ชอบเหมือนกัน
ทำไมถึงชื่อกิ่วลม
ผมชอบเที่ยวภูเขา
ชอบขึ้นบนดอยสูง
เวลาอยู่บนดอยสูงแล้วมองวิวไปไกลๆ
มีความรู้สึกว่าโลกนี้มันกว้างไกลรอให้เราโบยบินไปสำรวจ
ดอยสูงที่ผมไปมักจะเจอกับคำว่ากิ่วลมเสมอ
ไปดอยหลวงเชียงดาวก็ต้องไปชมทะเลหมอกที่กิ่วลม
ไปห้วยน้ำดังก็ไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ดอยกิ่วลม
ไปอ่างขางก็ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่กิ่วลม
ไปดอยผ้าห่มปกก็ต้องไปกางเต็นท์นอนที่กิ่วลม
ดูๆ
ไปแล้วคำว่ากิ่วลมนี่จะอยู่เคียงคู่ภูเขาทางภาคเหนือของไทยเราอยู่อย่างแยกไม่ได้
ผมจึงให้ชื่อเมลใน hotmail
เป็น kiwlom@hotmail.com
หลังจากนั้นเริ่มคุ้นๆ
กับนิคใหม่
เวลาโพสรูปในบอร์ดต่าง
ๆ ก็จะลงชื่อว่า kiwlom
จนเคยชินไปเลยว่า
กิ่วลม
เป็นชื่อเล่นของเราไปซะแล้ว
แล้วใครๆ ก็เรียกว่า
นายกิ่วลม คุณกิ่ว
พี่กิ่ว
ความหมายของ
กิ่วลม
ตามความหมายของภูเขาทางเหนือก็คือ
ช่องสันเขาแคบๆ
ที่ลมผ่าน
หรือช่องลมผ่านบนสันเขานั่นแหล่ะครับ
กิ่ว
คือ สันเขาแคบๆ
แหลมเป็นสันขึ้นไป
ตรงกับภาษาอังกฤษว่า
Ridge เช่น กิ่วแม่ปาน
สันเขา แม่ปาน
ส่วนกิ่วลม คือ
กิ่วที่เป็นช่องลมผ่าน
ความรู้-การศึกษา-การงาน

ผมเรียนจบสาขาวิศวกรรมเครื่องกล
จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
จบมาก็เข้าทำงานเป็นวิศวกร
ได้ทำงานในใจที่อยากจะทำคืองานโครงการก่อสร้างทางวิศวกรรมทั้งหลาย
วางท่อน้ำมัน สร้างแท็งค์น้ำมัน
สร้างโรงกลั่น
สร้างโรงงานปิโตรเคมี
ล้วนเป็นงานที่อยากทำ
นักเดินทางอย่างผมถ้าจะให้ทำงานโรงงานก็คงเฉาตายไปแล้ว
อยู่ที่เดียวเดิมๆ
เป็นสิบๆ
ปีคงเบื่อแย่
|

ใบ
กว. หรือบัตรประจำตัววิศวกร
เป็นวิศวกรก็ไม่ใช่วิศกรเถื่อนนะครับ
เป็นวิศวกรที่มีใบ
กว. หรือใบอนุญาประกอบวิชาชีพวิศวกร
ผู้ที่มีใบอนุญาตเท่านั้นถึงจะเซ็นต์แบบ
หรือเซ็นต์รับรองการตรวจสอบทางด้านวิศกวรรม
เซ็นต์ไปแล้วโรงงานพังก็เข้าคุกนะครับ
เป็นวิศวกรนี่ลำบากแฮะ
ไปเป็นไกด์ดีกว่า |
|

บัตรไกด์ พานักท่องเที่ยวไปเที่ยวก็ทำถูกต้องตามกฎของ
ททท
มีบัตรมัคคุเทศก์ถูกต้อง
ไม่ใช่ไกด์เถื่อนนะครับ
ไกด์เถื่อนผิดกฎหมายถ้าโดนจับปรับสูงสุดถึง
20,000 บาท ไปเรียนไกด์ฟลุ๊คๆ
ได้บัตรบัตรมัคคุเทศก์ทั่วไป
ต่างประเทศ
บัตรมัคคุเทศก์มีหลายสี
สีเงินนี้ครอบคลุมหมดทุกประเภท
ทั้งทัวร์คนไทย
ทัวร์ต่างชาติ
ทัวร์ป่า ทัวร์วัด
ทัวร์ทะเล
ตั้งความหวังไว้แค่บัตรทอง
(
นำเที่ยวเฉพาะคนไทย
)
ได้บัตรนี้มาโชคดีมากเลยครับ
เป็นวิศกรดีๆ
ไม่ชอบ
ดันจะมาเป็นไกด์ |
|

|
ใครบอกล่ะว่าจะเป็นไกด์
ผมอยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวตะหากครับ
เป็นไกด์
จัดนำเที่ยวไม่ได้มันผิดกฎหมายถ้าโดนจับปรับ
200,000 - 500,000 บาท
โดนจับปรับกันไปหลายคนแล้ว
ดังนั้นจึงไปจดทะเบียนประกอบธุรกิจนำเที่ยวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ทีนี้เราก็ได้ทำธุรกิจท่องเที่ยวได้สบายใจกันซะที |
27 ก.ย. 2547
ขึ้นรับรางวัลทัวร์ยอดเยี่ยม
ในการประกวดอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
ประจำปี 2547
ผมทำทัวร์ก็ทำด้วยใจ
ทุ่มเทใจให้กับสิ่งที่ทำ
มุ่งมั่นพัฒนาและปรับปรุงบริการ
รับฟังความเสนอแนะจากลูกทัวร์แล้วนำมาปรับปรุงบริการให้ดียิ่งขึ้น
จากงานวิศวกรซึ่งไม่มีความรู้เกี่ยวกับการท่องเที่ยว
ผมเริ่มจากศูนย์โดยอาศัยใจรัก
เรียนรู้จากการลองผิดลองถูกโดยเลือกทำในสิ่งที่ตนเองคิดว่าน่าจะดี
และรับฟังคำติติงจากลูกค้านำกลับมาพัฒนารูปแบบบริการ
ระยะเวลาเพียง 3
ปีที่ผมนำทัวร์อย่างจริงจัง
ผมพาทัวร์ดอยก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดด้วยการรับรางวัลทัวร์ยอดเยี่ยม
เป็นรางวัลทัวร์อันดับหนึ่งของเมืองไทยในประเภททัวร์ที่บริการคนไทย
เฉือนชนะพี่ใหญ่ของวงการอย่างหนุ่มสาวทัวร์ที่เป็นขวัญใจของนักท่องเที่ยวชาวไทยได้อย่างน่าแปลกใจ
สิ่งที่เราเกือบจะไม่ได้รับรางวัลคือ
องค์กรเล็ก
และประสบการณ์น้อย
ประสบการณ์ทำทัวร์เพียง
3
ปีก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดได้รับรางวัลทัวร์ยอดเยี่ยม
เป็นรางวัลประวัติศาสตร์ของทัวร์อายุน้อยสุดที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นในวงการท่องเที่ยวของไทย
ในงานมอบรางวัล
ทัวร์ดอยได้รับการกล่าวขวัญถึงกันอย่างกว้างขวาง
คณะกรรมการตัดสินผู้ทรงคุณวุฒิมาแสดงความยินดีและกล่าวชื่นชม
พร้อมทั้งแนะนำความยอดเยี่ยมของทัวร์ดอยให้คณะกรรมการท่านอื่นที่ไม่ได้ไปร่วมตรวจทัวร์ได้ทราบ
ทำเอาผมปลื้ม
ผมจะไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวังโดยจะรักษามาตรฐานบริการที่ดีตลอดไป
รับรางวัลทัวร์ยอดเยี่ยม
จาก พณ สนยา คุณปลื้ม
รัฐมนตรีกระทรวงท่องเที่ยวและการกีฬา
27 ก.ย. 2547

รางวัลกินรีทองคำสำหรับรางวัลยอดเยี่ยม
คลิกชมภาพบรรยากาศในงานรับรางวัล
27 ก.ย. 2547
|