|
ด้วยหัวใจที่โบยบิน
เริ่มเดินป่าครั้งแรก
ได้รับแรงกระตุ้นจาก
อนุสาร อสท.
เวลาได้อ่านถึงการเที่ยวแค้มปิ้งบนดอยต่างๆ
แล้วเกิดกิเลสมากอยากจะไปกางเต็นท์นอนบนดอย
อยากจะไปสัมผัสบรรยากาศการใช้ชีวิตอยู่ในธรรมชาติที่แวดล้อมไปด้วยป่าเขา
จินตนาการถึงทุ่งหญ้าเขียวๆ
และลำธารใส
อยากไปเป็นที่สุด
หลังจากจดๆ จ้องๆ
มานานจึงได้ชวนเพื่อนไปเที่ยวด้วยกันอีก
2 คนรวมผมเป็น 3 คน
เลือกไปเที่ยวใกล้ๆ ก่อน
ประเดิมที่แรกคือเขาหลวงสุโขทัย
นั่งรถ บขส
ไปลงปากทางถนนใหญ่ตอนตีห้าหลังจากนั้นก็เดินๆๆๆ
เข้าไปที่ทำการอุทยานอีก
16 กม.
ถึงที่ทำการอุทยานแล้วเริ่มเดินขึ้นจุดกางเต็นท์บนยอดเขา
ระหว่างทางเดินเข้าอุทยาน
16 กม.ได้เห็นไร่นาสองข้างทาง
ได้เห็นชาวไร่แบกจอบไปทำไร่
ได้เห็นคนเลี้ยงวัวต้อนวัวออกไปเลี้ยง
เดินไปเรื่อยๆ
ก็ถึงที่ทำการ
ติดต่อเจ้าหน้าที่แล้วเริ่มเดินขึ้นยอดเขา
หนึ่งในสมาชิกเดินไม่ค่อยไหวเดินไปพักไป
เดินไปได้สักครึ่งทางเจ้าเพื่อนเริ่มไม่ไหวแต่ก็ยังทนเดินต่อจนมาถึงจุดพักเหนื่อยที่เรียกว่า
น้ำดิบผามะหาด
ที่นี่เป็นจุดที่มีน้ำธรรมชาติใช้ดื่มได้
ระหว่างที่พักเหนื่อยได้เห็นเด็กหญิงตัวเล็ก
มากับชายมีอายุร่างท้วม
เห็นเท่านั้นแหล่ะทำให้ชายกำหลังหนุ่มทั้งสามตาโต
โอ้โฮ
เราเดินกันเหนื่อยแทบแย่แต่น้องตัวเล็กเดินสบายเลย
พอเห็นยังงั้นจึงถามไปด้วยความทึ่งว่า
" โอ้โฮ เดินมาได้ไงครับเนี่ยเก่งจัง"
ชายสูงอายุผู้เป็นพ่อบอกว่า
"
น้องเค้าเดินขึ้นครั้งนี้เป็นครั้งที่สามแล้วครับ
เค้าชอบ ก็เดินไปเรื่อยๆ
"
สอบถามได้ความว่าน้องเค้าเพิ่งอายุ
9 ขวบ
ขึ้นเขาหลวงครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม
ผมจึงถามถึงผู้เป็นพ่อว่าแล้วพี่ขึ้นมากี่ครั้งแล้วครับ
ท่านผู้นั้นตอบมาว่า
ครั้งที่ 50 อึ้งเลยเรา
ท่านผู้นี้เป็นผู้สำรวจเขาหลวงและขึ้นไปศึกษาอะไรต่างๆ
บนเขาหลวง
ท่านผู้นี้จำชื่ออย่างเลือนลางว่าชื่อ
ดร. ประจักษ์ สายแสง
เป็น
คณะบดีอยู่ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒิวิทยาเขตพิษณุโลก
( มน. ในปัจจุบัน )
น้องหญิงคนนั้นตอนนี้คงมีอายุ
29 ปีแล้ว ทริปนี้เราจึงมีเพื่อนขึ้นดอยเพิ่มอีก
3 คน รวมถึงพรานนำทางของ
ดร. ประจักษ์ด้วย
ท่านได้เล่าเรื่องราวต่างๆ
เกี่ยวกับเขาหลวงสุโขทัยให้ฟังมากมาย
ตอนกลางคืนได้พาออกไปเดินลำธารดูกบภูเขาที่มีมากมาย
ตื่นเช้าไปซุ่มดูฝูงไก่ป่าที่ทุ่งหญ้าชายป่า
ทริปในฝันของผมเป็นจริงอย่างที่จินตนาการไว้เลยที่จะได้อยู่บนภูเขาที่มีทุ่งหญ้าเขียวๆ
มีลำธาร มีป่าไม้เยอะๆ
ทริปนี้จึงเป็นทริปที่ประทับใจและยิ่งทำให้ผมชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบแค้มปิ้ง

ภาพทริปเดินป่าครั้งแรกขึ้นเขาหลวงสุโขทัย
เมื่อปี 23 ต.ค. 2527
ปีต่อมา
ดอยหลวงเชียงดาว
รอจนแห้ว
ในฤดูหนาวปี 2526
ผมได้ขึ้นไปเที่ยวเชียงใหม่เป็นครั้งแรกในชีวิตด้วยความบังเอิญ
ครั้งนั้นผมได้ขึ้นไปนมัสการพระธาตุดอยสุเทพ
ตอนเช้าที่จุดชมวิวบนดอยสุเทพผมมองขึ้นไปทางเหนือได้เห็นทะเลหมอกสีขาวโพลนปกคลุมอยู่ในหุบเขาไกลลิบเบื้องหน้า
เหนือทะเลหมอกสีขาวนั้นผมได้เห็นเทือกเขาสูงโผล่ขึ้นมามันช่างเป็นภาพที่งดงามนัก
ตอนนั้นผมคิดในใจว่ายอดเขานี้ผมจะต้องขึ้นไปให้ได้
ตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่าเขานี้มีชื่อว่าอะไร
เมื่อกลับมาจึงได้ค้นหาข้อมูลจนได้ทราบว่ายอดเขาสูงนั้นคือ
ดอยหลวงเชียงดาว
ผมจึงออกปากชักชวนกลุ่มเพื่อนจนได้จำนวนผู้สนใจไปแค้มปิ้งบนดอยหลวงเชียงดาวถึง
12 คน
แต่นั่นเป็นการวางแผนล่วงหน้านานเกือบ
10 เดือน
ครั้นเมื่อเวลาใกล้เข้ามาจำนวนสมาชิกก็ลดลงไปเรื่อยๆ
จนฤดูหนาวมาถึงก็ไม่เหลือใครเลย
ทริปขึ้นดอยหลวงเชียงดาวฤดูหนาวปี
2528
จึงเป็นอันตั้งล้มเลิกไป
เอาใหม่ผมไม่ล้มเลิกความตั้งใจง่ายๆ
วางแผนกันใหม่
คราวนี้มีสนใจอีก 12
คนเหมือนเดิมแต่ผมคิดแล้วล่ะว่าเดี๋ยวก็ต้องยกเลิกกันอีก
เมื่อเวลามาถึงก็ยกเลิกกันไปจนเหลือ
3 คน
พอใกล้จะเดินทางก็ยกเลิกกันหมด
ผมเตรียมการมาถึง 2
ปีไม่ยอมล้มเลิกความตั้งใจแน่ล่ะคราวนี้
จึงตัดสินใจไปปีนดอยหลวงเชียงดาวคนเดียว
สถานที่ไม่เคยไป
เส้นทางเดินไม่ชัดเจนแต่ผมได้เตรียมแผนสำรองไว้แล้วเผื่อว่าหลงป่า
น้ำและอาหารสำรองจึงเตรียมไปพร้อม
ด้วยเหตุที่ไปคนเดียวไม่ได้เฉลี่ยน้ำหนักกับใคร
ผมจึงต้องแบกสัมภาระคนเดียวถึง
35 กก.
จับขึ้นกิโลชั่งกันตั้งแต่ตอนที่อยู่หอพัก
ตอนนั้นผมหนัก 50 กก.
สัมภาระหนัก 35 กก.
หนักเป็น 70%
ของน้ำหนักตัวผมเป็นสัมภาระที่ผมต้องแบกขึ้นเขาสูงอันดับสามของประเทศ
ผมขึ้นรถ บขส
สีส้มไปลงที่ตลาดเชียงดาว
จากนั้นเดินเท้าไปปากทางที่บ้านนาเลาอีก
15 กก.
สมัยนั้นเส้นทางสายนี้เป็นทางสัญจรของพวกชาวเขาเป็นทางลูกรังบางช่วงดีบางช่วงเละเพราะน้ำซับที่ไหลผ่านถนน
ถนนเส้นที่ว่านี้เป็นเส้นที่ผมพาทัวร์ขึ้นดอยหลวงเชียงดาวในปัจจุบันซึ่งตอนนี้เปลี่ยนเป็นทางคอนกรีตตลอดเส้นทาง
คนนำทางสมัยนั้นเปี๊ยกยังไม่รู้จัก
แกะยังไม่เคยได้ยิน
สมัยนั้นคนนำทางผู้ยิ่งใหญ่คือ
โกมินทร์ เสือภูเขา ผมเดินเท้าจากตลาดเชียงดาวขึ้นยอดดอย
โชคดีของผมระหว่างทางได้พบเพื่อนร่วมทางอีก
2 คน
คืนแรกผมจึงไม่ต้องนอนป่าคนเดียว
เขาเอาเต็นท์ไปแต่ไม่มีฟายชีท
ผมเอาฟายชีทไปแต่ไม่มีเต็นท์
เราจึงมารวมกัน
สมัยนั้นบนดอยหลวงเชียงดาวมีแต่ไร่ฝิ่น
เดินกันทั้งวันเจอแต่ไร่ฝิ่น
|

กางเต็นท์ที่แปลงฝิ่น
ชายป่า เมื่อ 30 ธ.ค. 2529
คืนนี้แหล่ะ 0 องศา
|

จุดเดิมเมื่อ 23 ต.ค.
2546
|
ไร่ฝิ่นเชิงดอยสามพี่น้อง
-
ทางเดินผ่านไร่ฝิ่น
-
กลุ่มนักท่องเที่ยวเดินผ่านไร่ฝิ่น
วันแรกได้เพื่อน 2
คน
วันถัดมานอนบนยอดดอยหลวงเชียงดาว
( ตอนนั้นยังนอนได้ )
ได้เพื่อนอีกกลุ่มใหญ่
นอนอยู่ข้างกองไฟด้วยกัน
|

บนยอดดอยหลวงเมื่อ
31 ธ.ค. 2529
|

ถ่ายร่วมกับเพื่อนใหม่บนดอยหลวงเชียงดาว
ป่านนี้คงแก่กันหมดแล้ว
|
ตอนไปนั้นไปคนเดียวแต่ตอนกลับได้เพื่อนมากลุ่มใหญ่
เป็นกลุ่มนักศึกษาจาก ม.พายัพ
ถึงวันนี้จำชื่อได้ 2 คน
เบน เสื้อกันหนาวมีฮู๊ด
กับ จอย
เสื้อขาวมีผ้าพันคอสีฟ้า
ที่จำได้แม่นเพราะนอนอยู่ข้างกองไฟด้วยกัน
นอนดิ้นถีบกันไปถีบกันมา
ส่วนคนซ้ายสุดคือคนนำทางคอยนั่งดูไฟไม่ให้ดับ
คืนแรกในอ่างสลุงอุณภูมิ
0 องศาตอนรุ่งเช้า
คืนที่สองบนยอดสูงสุดไม่ได้วัดแต่จำได้ว่าหนาวจนปวดกระดูก
ส่วนคนที่โพกผ้าขาวม้าบนสุดเป็นคนให้ผมไปพักที่หอในเชียงใหม่ทำให้มีที่พักฟรี
หอเขาอยู่ใกล้ๆ รร.
เชียงใหม่ภูคำ
มองจากหน้าระเบียงเห็นพระธาตุดอยสุเทพอยู่บนเขา
ผมจึงแบกสัมภาระขึ้นไปดอยสุเทพ
ไปนอนที่บ้านแม้วบนดอยปุย
เช้าอีกวันค่อยเดินลงจากดอยปุยมาที่
ขนส่งอาเขต
พอดีว่าพรุ่งนี้มีเรียนไม่งั้นเดินกลับกรุงเทพฯ
ไปแล้ว อันนี้พูดเล่น
ทริปถัดมา
30 ธ.ค. 2531
เว้นว่างไปสองปี
จนปี 2531
ตอนนั้นเริ่มทำงานแล้ว
เพื่อนชวนไปขึ้นดอยหลวงเชียงดาว
รีบตอบตกลงทันที
เดินทางเหมือนเดิน นั่ง
บขส ไปลงที่ตลาดเชียงดาว
ช่วงนี้เริ่มมีรถสองแถวของชาวเขาวิ่งระหว่างตลาดเชียงดาวกับเวียงแหงวันละเที่ยวในตอนเช้า
แต่ผมไปรถหวานเย็นกว่าจะไปถึงก็สายมากแล้วจึงต้องใช้วิธีเดิมคือพาเพื่อนเดินจากตลาดเชียงดาวขึ้นปากทางที่บ้านนาเลา
แล้วตัดขึ้นเขาสูงเพื่อจะลงสู่อ่างสลุงแต่คราวนี้ไปช้ากว่าเดิมทำให้ไม่พ้นปากอ่างต้องอาศัยนอนที่กระท่อมเฝ้าไร่ฝิ่นของชาวเขา
จากที่เราพักเดินต่อไปอีกนิดเดียวประมาณครึ่งชั่วโมงก็เจอไร่ฝิ่นขนาดใหญ่ที่สมบูรณ์มาก
ต้นสูงดอกใหญ่สวยงามมาก
|

เมื่อโผล่พ้นปากอ่างก็เห็นทุ่งฝิ่นขนาดใหญ่
ดอกงดงามมาก
ภาพขวา
ถ่ายตอนขึ้นกิ่วป่าคา
|

|
ผมก็ยังวนเวียนเที่ยวแต่ดอยหลวงเชียงดาว
ไปแทบทุกปีบางปีก็เว้น
รวมไปเที่ยวเองก็ 11 ครั้ง
นำทัวร์ขึ้นไปเมื่อตอนทำทัวร์ดอยอีก
9 ครั้ง รวมเป็น 20 ครั้ง
กว่าจะแก่ก็คงขึ้นได้สัก
50 ครั้งล่ะมั๊ง
ปกติแล้วทุกๆ วันที่ 1 ม.ค.
ผมจะไปฉลองวันเกิด (
ฉลองในใจ )
บนดอยหลวงเพิ่งมา 2
ปีนี้แหล่ะที่ไม่ได้ขึ้นดอยหลวงเชียงดาวในช่วงปีใหม่
ปีใหม่ปี 2546
พาลูกทัวร์ขึ้นดอยม่อนจอง
ปีใหม่ล่าสุด 2547
พาลูกทัวร์ขึ้นดอยผ้าห่มปก
|