หน้าแรก   โปรแกรมทัวร์   ภาพท่องเที่ยว   ข้อมูลท่องเที่ยว   โรงแรมทั่วไทย   ท่องเที่ยวธรรมชาติ   เวบบอร์ด   อุทยานแห่งชาติ   แผนที่ทั่วไทย   ติดต่อเรา

<- กลับหน้าแรก เชียงราย

เชียงราย    ท่องเที่ยวภาคเหนือ เยือนถิ่นล้านนา

 

เทศกาล-ประเพณี

ธุรกิจท่องเที่ยว

โรงแรม - ที่พัก

ร้านอาหาร

รถเช่า

โปรแกรมทัวร์

 

สถานที่ท่องเที่ยว อำเภอเมืองและใกล้เคียง

วัดพระแก้ว
วัดพระแก้วเป็นจุดที่ค้นพบพระแก้วมรกต และเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตเป็นเวลา 45 ปี ก่อนที่จะเอิญไปยังเชียงใหม่ วันนี้แต่เดิมวัดนี้มีชื่อว่าวัดป่าเยี้ย หลังพระอุโบสถมีเจดีย์อยู่องค์หนึ่งซึ่งได้พังลงมาแล้วได้พบพระพุทธรูปลงรักปิดทององค์หนึ่งตกลงมาจากเจดีย์จึงได้อัญเชิญไปไว้วิหารหลวงได้ 2 เดือน ต่อมาปูนกระเทาะออกจึงเห็นเป็นแก้วสีเขียวทั้งองค์ หลังจากนั้นวัดนี้จึงเรียกสืบต่อกันมาว่า วัดพระแก้ว  ปัจจุบันเจดีย์องค์ดังกล่าวได้รับการบูรณะใหม่เป็นเจดีย์หุ้มทองจังโก๋เหลืองอร่ามทั้งองค์

พระอุโบสถในวัดพระแก้วมีความงดงามมาก ในปัจจุบันเป็นที่ประดิษฐานของพระประธาน คนเชียงรายเรียกกันว่า พระเจ้าล้านทอง เป็นพระศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเชียงรายเคารพนับถือเป็นอันมาก  แต่เดิมนั้นประดิษฐานอยู่ที่วัดพระเจ้าล้านทอง ต่อมามีสภาพเป็นวัดร้างจึงได้อัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดดอยงำเมือง และได้อัญเชิญมาประดิษฐานเป็นพระประธานที่วัดพระแก้วเมื่อปี 2504

พระแก้วหยก เป็นพระพุทธรูปหยกที่คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนชาวเชียงรายร่วมกันสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีมีพระชนมายุครบ 90 พรรษา เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2533 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพิธีพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันที่ 20 ก.ย. พ.ศ. 2534 ชาวเชียงรายได้อัญเชิญมาประดิษฐานหอพระ ณ วัดพระแก้ว  เรียกว่า  พระหยกเชียงราย

ปัจจุบันวัดพระแก้วมีฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ โดยได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ยกฐานะเป็นพระอารามหลวงเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2521

การเดินทาง  เมื่อถึงห้าแยกพ่อขุนเม็งรายกลางตัวเมืองเชียงรายให้เลี้ยวซ้ายไปตามถนนสิงหไคล แล้วตรงไปเรื่อยๆ จนสุดทางสามแยกให้เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 100 เมตร จะเห็นวัดพระแก้วอยู่ทางขวามือ

วัดพระสิงห์
เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เป็นวัดที่มีความเก่าแก่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ามหาพรหม ผู้เป็นพระอนุชาของพระเจ้ากือนากษัตริย์เชียงใหม่  พระเจ้ามหาพรหมได้มาครองเมืองเชียงรายระหว่างปี พ.ศ. 1888-1943 ได้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้นเมื่อในปี พ.ศ. 1928 ต่อมาได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาจากเมืองเชียงใหม่และได้ประดิษฐานอยู่ที่วัดนี้เป็นเวลา 20 วัดนี้จึงมีชื่อเรียกสืบต่อกันมาว่าวัดพระสิงห์  ครั้นเมื่อพระเจ้ากือนากษัตริย์เมืองเชียงใหม่สวรรคต พระเจ้าแสนเมืองมาได้ขึ้นครองเมืองเชียงใหม่แทน พระเจ้ามหาพรมจึงยกทัพไปตีเมืองเชียงใหม่แต่ไม่สำเร็จ พระเจ้าแสนเมืองมาจึงได้ยกทัพกลับมาตีเมืองเชียงรายได้  และได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์กลับสู่เชียงใหม่โดยตังประดิษฐ์ไว้ที่วัดพระสิงค์จังหวัดเชียงใหม่จนถึงปัจจุบัน ส่วนพระเจ้าแสนเมืองมาก็ต้องหนีมาอาศัยอยู่ที่เมืองกำแพงเพชร

ภายในวัดมีพระอุโบสถแบบล้านนาที่มีความงดงาม และได้รับการบูรณะต่อๆ กันมา จนครั้งล่าสุดได้รับการบูรณะเมื่อปี พ.ศ. 2533 ประตูพระอุโบสถใหม่มีลวดลายที่งดงามมาก

การเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกับการไปวัดพระแก้ว แต่อยู่ถึงก่อนวัดพระแก้ว วัดพระสิงห์อยู่ทางด้านซ้ายมือตรงข้ามกับสำนักงาน ททท ภาคเหนือเชียงราย

อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช
ตั้งอยู่กลางตัวเมืองเชียงรายบริเวณห้าแยก หากใครขับรถเข้าตัวเมืองเชียงรายหรือผ่านตัวเมืองเชียงรายก็จะต้องเห็น ตั้งอยู่ทางด้านซ้ายมือ ย่ามค่ำคืนมีแสงไฟจากสปอร์ตไลท์ส่องสวยงาม  อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายนี้ทางจังหวัดเชียงรายได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงบุคคลสำคัญซึ่งพระองค์ท่านเป็นผู้สร้างเมืองเชียงรายขึ้นมาตั้งแต่ในปี พ.ศ. 1805 และเมืองเชียงรายก็เจริญรุ่งเรืองเรื่อยมา

ประวัติ  พ่อขุนเม็งรายเป็นโอรสของพญาลาวเม็ง ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ แรม 9 ค่ำ เดือน 3 ปีจอ พุทธศักราช 1782 หลังจากเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์เมืองหิรัญนครเงินยาง ( เชียงแสน ) ได้ 1 ปี พระองค์ทรงสร้างเมืองเชียงรายเป็นเมืองหลวงแทนหิรัญนครเงินยาง เมื่อปี พ.ศ. 1805   และได้ทำสงครามชนะอาณาจักรหิริภุญชัย ( ลำพูน ) จึงได้ตั้งเมืองใหม่ที่เวียงกุมกาม ( อ. สารภี จ. เชียงใหม่ ) ในปี พ.ศ. 1829 ต่อมาไม่นานเกิดน้ำท่วมใหญ่ทำให้แม่น้ำปิงเปลี่ยนทิศทาง  จึงได้ย้ายไปสร้างเมืองใหม่คือเมืองเชียงใหม่  ในปี พ.ศ. 1839 และทรงเป็นกษัตริย์อยู่ที่เมืองเชียงใหม่เรื่อยมาจนกระทั่งพระองค์ท่านทรงต้องอสนีบาต ( ฟ้าผ่า ) ในกาด ( ตลาด ) กลางเมืองเชียงใหม่ บริเวณหน้าวัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ ทรงสวรรคต ณ. ที่นั้น  เมื่อปี พ.ศ. 1854  รวมพระชนมายุได้ 72 พรรษา

วัดพระธาตุดอยจอมทอง
ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำกกบนดอยเล็กๆ ชื่อว่า ดอยจอมทอง อยู่บริเวณทิศตะวันตกของตัวเมืองเชียงราย  พระธาตุดอยจอมทองแห่งนี้มีตำนานว่าสร้างมาตั้งแต่ก่อนที่จะสร้างเมืองเชียงราย ตามพงศาวดารกล่าวว่าเจ้าผู้ครองนครไชยนารายณ์สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1483 เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่พระเจ้าพังคราชอัญเชิญมา โดยแยกไปประดิษฐานไว้ในพระธาตุสามแห่งได้แก่ พระธาตุจอมกิตติ พระธาตุดอยตุง และพระธาตุดอยจอมทองแห่งนี้ ต่อมาได้เกิดแผ่นดินไหวทำให้องค์พระธาตุพังลงมา  จนกระทั่งพ่อขุนเม็งรายได้สร้างเมืองเชียงรายเป็นราชธานีแทนเมืองหิรัญนครเงินยาง ( เชียงแสน ) จึงได้บูรณะองค์พระธาตุขึ้นใหม่ และได้รับการบูรณะปฏิสังขรสืบต่อกันเรื่อยมาจึงถึงปัจจุบัน

การเดินทาง  จากห้าแยกพ่อขุนกลางเมืองเชียงรายให้เลี้ยวซ้ายไปตามถนนอุตรกิจ ตรงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงเทศบาลเมืองเชียงรายให้เลี้ยวขวาไปถนนงำเมือง เลยวัดงำเมืองไปนิดนึงจะถึงวงเวียนให้เลี้ยวซ้ายขึ้นดอยจอมทอง ถ้าหากหลงทางหรือสันสนเส้นทางให้จอดรถข้างทางแล้วถามคนขับสามล้อจะรู้ดี

วัดงำเมือง
ตั้งอยู่บนดอยงำเมืองทางด้านทิศตะวันตกของตัวเมืองเชียงราย สร้างขึ้นในสมัยพระยาศรรัชฎาเงินกอง ทรงสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2032 โดยให้ชื่อว่าวัดงำเมืองตามชื่อของสถานที่ ต่อมาได้รับการบูรณะในปี พ.ศ. 2220 โดยเจ้ายอดงำเมือง หลังจากนั้นก็ทรุดโทรมเรื่อยมาจนกระทั่งได้รับการบูรณะอีกครั้งในปี พ.ศ. 2495

สถานที่สำคัญที่วัดงำเมือง   บริเวณวัดงำเมืองเป็นที่ตั้งของสถูปหรือก่อพญามังราย ซึ่งสร้างมาก่อนที่จะสร้างวัดงำเมือง ก่อพญามังราย เป็นที่บรรจุพระอัฐิของพญามังราย ซึ่งเจ้าพระยาไชยสงคราม โอรสของพญามังรายได้อัญเชิญมาบรรจุไว้ในสถูปแห่งนี้ ต่อมาได้ชำรุดทรุดโทรมเหลือแต่เพียงฐานศิลาแลง

วัดกลางเวียง
เป็นวัดซึ่งอยู่กลางใจเมืองเชียงราย เป็นที่ตั้งของเสาหลักเมืองหรือสะดือเวียง วัดนี้สร้างขึ้ในปี พ.ศ. 1975  ต่อมาในปี พ.ศ. 2446 เกิดพายุใหญ่พัดต้นไม้ใหญ่พังลงมาจนทำให้โบสถ์และวิหารพังลงมา จึ้งได้ทำการบูรณะใหม่ในรูปแบบของศิลปะล้านนาประยุกต์ที่มีความงดงาม
วัดร่องขุ่น
ตั้งอยู่ที่บ้านร่องขุ่น ประมาณหลังกิโลเมตรที่ 817 บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 อันที่เป็นเส้นทางสายหลักสู่เชียงราย ทางเข้าวัดบริเวณทางแยกซ้ายเข้าไปประมาณ 200 เมตร  เดิมทีวัดนี้มีอยู่แล้วแต่ก็ได้รับบูรณะใหม่โดยอาจารย์ เฉลิมชัย  โฆษิตพิพัฒน์ โดยได้สร้างพระอุโบสถหลังใหม่เป็นพระอุโบสถสีขาวคล้ายกับโบสถ์ขาวต้นแบบที่วัดมิ่งเมือง จ. น่าน  ซึ่งออกแบบสร้างตามจินตนาการของท่านเจ้าอาวาส  และผลงานลวดลายปูนปั้นโดย สล่าเสาร์แก้ว เลาดี ช่างพื้นบ้านเมืองน่าน สกุลช่างเชียงแสนโบราณ  สำหรับพระอุโบสถวัดร่องขุ่นเป็นโบสถ์สีขาวทั้งหลังสร้างด้วยศิลปะตามจินตนาการของอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ช่วยกันสร้างโดยลูกศิษย์ฝีมือดีของอาจารย์ ศิลปะมีความปราณีตสวยงาม บนลวดลายปูนปั้นถูกประดับประดาไปด้วยกระจกสีเงินแวววาว เมื่อโบสถ์ต้องแสงอาทิตย์จะมีประกายระยิบระยับงดงามมาก ภายในพระอุโบสถมีภาพเขียนผาผนังฝีมือของอาจารย์เฉลิมชัย  โบสถ์ขาวหลังนี้เริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2541 ตัวโบสถ์เสร็จสมบูรณ์ เหลือแต่การตกแต่งภายนอก

ภายในบริเวณวัดยังมีพิพิธภัณฑ์ภาพเขียนของอาจารย์เฉลิมชัย ซึ่งมีห้องแสดงภาพและจำหน่ายภาพเพื่อนำมาเป็นทุนในการสร้างโบสถ์วัดร่องขุ่น

 

ท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะ เฉพาะในกลุ่มของท่านเอง  8 -16 ท่าน  กำหนดวันเดินทางตามความสะดวกของท่าน

Copyright © 2005 Tourdoi.com All Rights Reserved.