องุ่น
ปลูกในเมืองก็ได้
ง่ายนิดเดียว
มาปลูกองุ่นประดับหน้าบ้านกันเถอะ
ทำสวนในเมือง
สร้างซุ้มสีเขียวด้วย
องุ่น พรรณไม้ซึ่งทุกคนคิดว่าไม่สามารถปลูกในเมืองได้
หรือปลูกได้แต่ก็คงไม่ติดผล
ทั้งนี้เป็นเพราะความเข้าใจว่าองุ่นจะต้องปลูกบนพื้นที่สูงที่มีอากาศเย็น
จริงๆ
แล้วหากรู้จักเลือกสายพันธุ์องุ่นเราก็สามารถนำองุ่นมาปลูกตามบ้านเรือนในเมืองอย่างกรุงเทพฯ
ได้อย่างเห็นผล
ปลูกเป็นซุ้มหน้าบ้าน
ปลูกเป็นซุ้มบนดาดฟ้าหลังคาตึก
ปลูกเป็นซุ้มกันแดดที่จอดรถ
หรือปลูกเป็นซุ้มเพื่อให้ร่มเงาบนหลังคาโรงเรือนกล้วยไม้ก็ได้
ภาพซ้ายเป็นการปลูกองุ่นเป็นซุ้มให้ร่มเงาหน้าบ้าน
เปรียบเทียบกับเพิงหลังคาที่อยู่ถัดไป
ซุ้มองุ่นดูสบายตา
มีสีเขียวสดใสมีประโยชน์ต่อสายตา
มิหนำซ้ำยังติดผลห้อยเป็นพวงเต็มไปหมด
ใครผ่านไปผ่านมาก็มอง การปลูกองุ่นที่เขียนนี้เป็นการปลูกองุ่นเพื่อความเพลิดเพลินไม่ใช่การปลูกองุ่นเพื่อการพาณิชย์
ผลประโยชน์ที่ได้รับคือความสุขทางใจที่ได้เห็นสีเขียวๆ
ขององุ่น
ได้เห็นมันติดผล
ได้รับประทานบ้างในบางครั้ง
เปรี้ยวบ้างหวานบ้างแล้วแต่ฝีมือของเรา
และประโยชน์อีกอย่างก็คือช่วยบังแดดให้ร่มเงาแก่อาคารสถานที่
เราจะไม่พูดถึงผลตอบแทนเชิงพาณิชย์
เราจะไม่สนใจว่าผลองุ่นที่เราปลูกจะขายได้กิโลละเท่าไร
เพราะนี่คือการปลูกเป็นงานอดิเรก
ปลูกไว้ดูเล่น ภายใต้ร่มเงาองุ่น
ร่มเงาที่ได้จากใบไม้กับร่มเงาที่ได้จากแผ่นกระเบื้องนั้นให้ผลไม่เหมือนกัน
หากเราอยู่ใต้ร่มของใบไม้
เราจะรู้สึกเย็น
หากเราอยู่ใต้เงาที่มุ่งด้วยแผ่นกระเบื้องเราก็จะรู้สึกร้อน
หากเราอยู่ใต้ร่มของแผ่นสังกะสีจะยิ่งร้อนกว่า
ณ
กลางแสงแดดจ้าที่ร้อนจัด
ให้ลองเอาหลังมือเราตากแดดสักพักเราจะรู้สึกว่าแดดร้อนมาก
หากลองสัมผัสบนใบไม้ซึ่งตากแดดมาทั้งวันก็จะรู้สึกว่าด้านบนของใบที่โดนแสงแดดนั้นก็ร้อนเช่นกัน
แต่เมื่อสัมผัสใต้ใบจะรู้สึกว่าใต้ใบนั้นเย็น
แปลกหมั๊ย
ทำไมไม่ร้อนทั้งๆ นั่นเป็นเพราะว่าใบไม้ดูดซับแสงแดด
ต้นไม้ต้องการแสงแดดไปใช้ประโยชน์เพื่อการเจริญเติบโต
ยิ่งแดดจัดยิ่งดี
ดังนั้นเราจะเห็นว่าแสงแดดที่ไร้ค่าสำหรับเรากลับเป็นประโยชน์สำหรับต้นไม้
แล้วต้นไม้ก็ให้ความร่มเย็นกับเรา
อย่างซุ้มองุ่นที่เห็นอยู่นี้มีมีขนาด
2 x 3 เมตร ก็เท่ากับ 6
ตารางเมตร
หากบ้านเรือในกรุงเทพฯ
ปลูกกันสัก 1
ล้านหลังคาเรือนก็จะได้พื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้นถึง
6 ล้านตารางเมตร
ถ้าหากปลูกกันทั้ง 77
จังหวัด
ก็จะได้พื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้นมาถึง
462 ล้าน ตรม. การปลูกองุ่นเพื่อความเพลิดเพลิน
ก่อนอื่นต้องขอให้ลืมตำราไปก่อนเลย
เรามาเริ่มจาก ศูนย์
กันเลย ขั้นแรก
หากิ่งพันธุ์องุ่น
เลือกปลูกพันธุ์ที่ทนต่อสภาพอากาศร้อน
และทนต่อโรคได้ดี (
ถามคนขาย ) ขั้นต่อไป
หาทำเลปลูก
องุ่นต้องการแสงแดดจัด
พื้นที่ทำซุ้มองุ่นควรมีแสงแดดส่องอย่างน้อยครึ่งวัน
ปลูกในที่ร่มไม่ได้ ขั้นต่อไป
เตรียมพื้นที่ปลูก
( หลุมปลูก
หรือเตรียมกระถางปลูก ) ขั้นต่อไป
ปลูกต้นกล้าให้รอด
ให้เลื้อยขึ้นซุ้มได้ก่อน
( ยังไม่ต้องรีบทำซุ้ม
ระยะนี้มีเวลาให้คิดเรื่องทำซุ้มถึง
3 เดือน ) ขั้นต่อไป
ทำยังไงให้ติดผล (
ผมรับรองว่าติดผลแน่ๆ
แต่ตอนนี้ยังไม่ต้องคิด
มีเวลาให้คิดเรื่องนี้ถึง
1 ปีหลังจากปลูก ) ขึ้นต่อไป
ทำยังไงให้หวาน (
รอให้ติดผลรุ่นแรกผ่านไปก่อน
ถึงแม้จะเปรี้ยวจี๊ดก็ไม่เป็นไร
แค่ออกดอกติดผลก็เท่ห์แล้ว
หลังจากนั้นค่อยคิดเรื่องหวาน
) ขึ้นต่อไป
ถ้าผ่านมาถึงตอนนี้ก็ต้องเก่งแล้ว
พอเก่งแล้วก็อยากได้พันธุ์โน้น
พันธุ์นี้ ถึงตอนนี้ก็ลองมาทำอะไรเล่นกันสนุกๆ
ทำองุ่นหลายสายพันธุ์บนต้นตอเดียว
คราวนี้อยากจะได้พันธุ์อะไร
สารพัดพันธุ์ที่ต้องการ
หามาเลย
องุ่นหนึ่งต้นสมมุติว่ามี
5
กิ่งหลัก
อยากได้พันธุ์ไหนก็ติดตาพันธุ์นั้นเข้าไปเลย
องุ่นต้นเดียวมีทั้งองุ่นเขียว
องุ่นแดง
องุ่นผลเรียว
องุ่นผลกลม
คราวนี้ก็มาดูผลงาน
รู้เลยว่าพันธุ์ไหนดีแน่
เพราะว่า
ต้นตอเดียวกัน
ได้รับปุ๋ยเหมือนกัน
ใครจะหวาน ใครจะเปรี้ยว
ใครผลโต
ใครผลเล็ก
ใครติดผลตก ขั้นที่
1
หากิ่งพันธุ์องุ่น
เลือกสายพันธุ์ที่ทนทาน
ทั้งต่ออากาศร้อนและโรคต่างๆ
หากไม่ได้ปลูกเชิงพาณิชย์
ปลูกเพียงต้นสองต้นไม่จำเป็นต้องใช้องุ่นพันธุ์แปลกๆ
ที่มีราคาผลิตสูง
เช่นองุ่นไร้เมล็ด
บางพันธุ์กิโลกรัมละ 300
บาท 700 บาท คิดง่ายๆ
ถ้าผลผลิตราคาสูงขนาดนี้แล้วทำไมไม่ปลูกพันธุ์ดีกันให้หมด
ทั้งนี้ก็เพราะข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ปลูก
องุ่นพันธุ์ดีมักขึ้นได้ดีบนพื้นที่สูง
ถ้าต้องการจะปลูกจริงจังก็ต้องไปหาซื้อที่แถว
ภูเรือ ( +600 เมตร )
วังน้ำเขียว ( + 400 เมตร )
หรือที่อื่นๆ
ที่อยู่บนระดับสูง
แต่ก็มีไร่องุ่นพันธุ์ดีที่ปลูกบนพื้นที่ราบต่ำอยู่บ้างแต่ก็กว่าจะได้ผลผลิตก็เหนื่อย
เพราะต้องดูแลมากเป็นพิเศษ
แต่สำหรับการผลิตเชิงพาณิชย์แล้วก็ถือว่าคุ้มเพราะผลผลิตที่ได้มีราคาสูง
แต่ถ้าปลูกเล่นๆ
ตามบ้านเรือนก็คงไม่เหมาะ
เดี๋ยวเป็นโน่น
เดี๋ยวเป็นนี่
งามก็ไม่งาม
เอาแต่จะตาย
ลูกก็ไม่มี
ปลูกไปปลูกมาก็เบื่อแล้วก็ต้องรื้อทิ้ง
แล้วก็สรุปว่าองุ่นปลูกยาก ปลูกเล่นๆ
ควรเลือกพันธุ์ที่ทนสภาพอากาศร้อน
และควรมีใบสวยงาม
การปลูกตามบ้านเรือนมักจะมีปัญหาเรื่องพื้นที่จำกัด
มีพื้นที่ให้องุ่นเลื้อยน้อย
ดังนั้นควรพันธุ์ที่มีข้อสั้น
คือมีระยะห่างระหว่างใบน้อย
หากเป็นพันธุ์ข้อยาวจะเลื้อยออกนอกค้างเร็วมาก ขั้นที่
2
เตรียมพื้นที่ปลูก
จะปลูกลงดิน
หรือปลูกในกระถางก็ได้
แต่ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องพื้นที่ควรปลูกลงดินเพราะในดินมีแร่ธาตุอาหารมาก
ทำให้ง่ายต่อการดูแล
ลืมรดน้ำก็ไม่ตาย
ไม่ใช่ปุ๋ยก็หาดูดเอาจากในดิน
หากปลูกลงกระถางจะต้องดูแลมาก
เมื่อปลูกไปนานๆ
ดินในกระถางจะถูกต้นไม้ดูดธาตุต่างๆ
ไปหมดทำให้ดินไม่มีธาตุอาหารจึงต้องควรใส่ปุ๋ย
หากเราเดินทางไปต่างจังหวัดหลายวันไม่มีใครรดน้ำให้ก็จะเหี่ยว หากปลูกลงดินควรเตรียมหลุมปลูกโดยขุดดินเดิมออกมาก่อน
ขุดให้ได้ขนาดหลุม
กว้าง 2 คืบ ลึก 2 คืบ
ใส่ปุ๋ยคอกรองที่ก้นหลุม
ใส่เยอะๆ
เพราะเรามีโอกาสใส่ปุ๋ยคอกรองก้นหลุมเพียงครั้งเดียวในชีวิตของต้นไม้
จากนั้นนำดินดีผสมกับปุ๋ยคอกเททับลงไป
นำต้นกล้าวางลงแล้วกลบด้วยดินดีผสมปุ๋ยคอก
รดน้ำให้ชุ่ม
ไม่ต้องทำร่มให้ต้นกล้า
ช่วงแรกรากยังน้อยดูดน้ำไม่เก่งควรรดน้ำปล่อยๆ
ทังเช้าและเย็น 
|