หน้าแรก ...ทัวร์ดอย

กระดานสนทนา อุปกรณ์แคมปิ้ง มุม...แคมปิ้ง การถ่ายภาพ ห้องภาพทัวร์ดอย

ข้อมูลทั่วไป

จุดที่น่าสนใจ

การเดินทาง-เส้นทาง

สิ่งอำนวยความสะดวก

แผนที่ - MAP

จุดที่น่าสนใจที่ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

ดูนก ดูผีเสื้อ เดินป่า ชมทะเลหมอก ดูสัตว์ เที่ยวน้ำตก เดินตามลำธาร ล่องแก่ง ล่องเรือ ตกปลา พักแรมริมอ่าง ทุกสิ่งทุกอย่างที่กล่าวมามีให้ที่ อช. แก่งกระจาน

สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่ อช. แก่งกระจาน มีดังต่อไปนี้

บ้านกร่างแคมป์ ตั้งอยู่ที่ กม.15 มีระยะทางห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ( ที่ทำการอุทยาน ) ประมาณ 34 กม. สภาพเส้นทางจากอุทยานเป็นทางลาดยาง 10 กม. และเป็นทางลูกรังอัดแน่นอีก 9 กม. ต่อจากนั้นจะเป็นถนนเข้าเขตอุทยานซึ่งเป็นถนนลาดยางสร้างใหม่ผิวถนนดีเยี่ยมเป็นระยะทางประมาณ 10 กม. ต่อจากนั้นเป็นทางลูกรัง ถนนโดยน้ำกัดเซาะเป็นร่องบ้าง รถยนต์ส่วนตัว ทั้งรถเก๋งและปิคอัพสามารถเข้าไปถึงจุดกางเต็นท์ได้อย่างสบายๆ

ลานกางเต็นท์ที่รถเข้าถึงที่ สะดวกสบายในบรรยากาศธรรมชาติที่ไม่วุ่นวาย

สภาพของบ้านกร่างแคมป์เป็นลานกางเต็นท์กว้างอยู่ชายป่าด้านที่ติดกับชายป่าเป็นลำธารตื้นๆ น้ำใส มีป่าในลำธารให้เห็นมากมายแต่ตัวไม่ใหญ่นัก

ที่ลานกางเต็นท์จุดนี้มีห้องสุขาไว้บริการ และไม่มีห้องอาบน้ำ แต่นักท่องเที่ยวสามารถรองน้ำจากก๊อกน้ำในห้องน้ำมาอาบได้ โดยจะต้องใช้สายยางสั้นๆ ต่อจากก๊อกน้ำนั้น หากนักท่องเที่ยวต้องการบรรยากาศของการแคมปิ้งก็สามารถลงไปอาบน้ำในลำธารได้ บริเวณท้ายน้ำมีแอ่งน้ำลึกพอสมควรให้ได้ลงไปเล่นน้ำหรือจะตักอาบอยู่ริมลำธารก็ได้

ลำธารใสๆ ที่อยู่ริมจุดกางเต็นท์

สภาพป่าของบริเวณนี้เป็นป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง มีอากาศเย็นสบาย บริเวณจุดกางเต็นท์นี้มีนกสวยๆ และสัตว์ป่าหลายชนิด เช่นค่าง ชะนี บ่าง นกเงือก และอีกหลายชนิด หากเงียบคน สัตว์เหล่านี้ก็จะพากันออกมาให้เราได้เห็นโดยไม่ต้องเดินเข้าไปในป่าลึกๆ แต่ประการใด นกจากนกแล้วที่จุดนี้ยังผีเสื้อสวยงามอีกมากมาย หากเราไปในฤดูที่ผีเสื้อเยอะท่านจะได้ตะลึงกับจำนวนผีเสื้อนับพันนับหมื่นตัวบินว่อนไปทั่วบริเวณ

หากท่านต้องการเดินสัมผัสธรรมชาติของเส้นทางเดินป่า ที่นี่ก็มีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติระยะทางสั้นๆ แบบได้บรรยากาศโดยไม่เหน็ดเหนื่อยมากนัก ระยะทางเดินประมาณ 3.5 กม. โดยเริ่มจากจุดกางเต็นท์เดินข้ามลำห้วยที่เห็นในภาพข้างบน ตัดเข้าสู่ป่าทึบ เส้นทางเดินจะลัดเลาะไปตามลำธารและข้ามลำธารตื้นๆ หลายจุดแต่ไม่ต้องกลัวจะเปียกเพราะว่าเป็นลำธารที่มีก้อนหินให้เดินผ่านไปได้ ตลอดเส้นทางมีลักษณะเป็นทางราบสลับเนินเตี้ยๆ บางจุด ในป่าที่เดินนี้มีผีเสื้อสีน้ำตาลหลายชนิดให้ได้เราได้ดู และยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกหลายอย่างซึ่งในป่าควรจะมี หากท่านชอบธรรมชาติรับรองว่าเส้นทางเดินป่าสั้นๆ เส้นทางนี้จะให้ท่านคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป

             

  เดินข้ามลำธารหลายจุดของเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติระยะทางสั้นๆ ของบ้านกร่างแคมป์

ี่เส้นทางเดินป่าเส้นนี้จะตัดออกมาสู่ถนนสายหลักที่ กม.16 ( เราเริ่มจาก กม.15 ) แล้วใช้เส้นทางถนนลูกรังเดินกลับสู่จุดพักแรม ระหว่างเส้นทางเดินนี้มีสัตว์ป่าออกมาให้เห็นได้เสมอเช่น ค่าง เยอะมาก  ชะนีก็เยอะ 

นอกจากเส้นทางเดินป่าแล้ว จุดที่น่าสนใจของบ้านกร่างแคมป์คือ จากจุดพักแรมเราสามารถเดินไปตามถนนเพื่อดูนกดูผีเสื้อได้ตั้งแต่ กม.10-กม.18 ซึ่งเป็นแหล่งที่มีนกและผีเสื้อมาก ท่านสามารถเดินชมธรรมชาติได้โดยไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทางเพราะเดินไปตามแนวถนนที่เขียวขจีด้วยตัวของท่านเอง หากท่านมาในฤดูแล้งจะได้เห็นผีเสื้อเป็นแสนๆ ตัวตามแนวสองข้างทาง ตามโป่งดิน แอ่งน้ำ

ที่ไงสภาพของเส้นทางที่เราเดินเที่ยว ดูนก ดูผีเสื้อ ช่วง กม.10 - กม.18

ี่บ้านกร่างแคมป์เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมานอนในบรรยากาศของธรรมชาติในป่า ดูนก ดูผีเสื้อ ดูสัตว์ป่า หรือต้องการมานอนพักผ่อนเย็นสบาย

หมายเหตุ ...  กม. 0 เริ่มจากสี่แยกเข้าอุทยาน ซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำการ อช.แก่งกระจานที่ริมอ่างเก็บน้ำ 19 กม.

จากบ้านกร่างแคมป์ กม.15 จุดต่อไปคือพระเนินทุ่งแคมป์ 

พระเนินทุ่งแคมป์  อยู่ที่ กม.30 เป็นจุดตั้งแคมป์พักแรมจุดต่อไปที่อยู่บนเขาสูง สภาพอากาศข้างบนฝนตกเกือบทุกวันในฤดูฝน หากเป็นฤดูหนาวก็จะหนาวมากเพราะว่าสูง ลานกางเต็นท์ของจุดนี้มีไม่มากนักพื้นที่กางเต็นท์ส่วนใหญ่จะอาศัยไหล่ทางและตัดเนินเล็กๆ ให้เป็นที่ราบ หากเป็นฤดูฝนจะมีน้ำขังเฉอะแฉะมากเพราะมีฝนตกเกือบทุกวัน 

จุดกางเต็นท์ที่พระเนินทุ่งแคมป์ เหมาะสำหรับการขึ้นมารอชมทะเลหมอก และวิวส์ทิวทัศน์ภูเขาที่สลับซับซ้อน จุดชมทะเลหมอกไม่ใช่อยู่ที่จุดกางเต็นท์ อยู่ห่างออกไปอีก จุดชมทะเลหมอกจะอยู่ช่วง กม. 31-33 ที่ กม.31 จะเป็นทางเข้าตำหนักพระเทพฯ ปากทางเข้าจะมีศาลาชมวิวส์ ที่จุดนี้สามารถชมทะเลหมอกได้เด่นพอสมควร เอาแน่ไม่ได้กับการชมทะเลหมอก มีบ้างไม่มีบ้างแล้วแต่สภาพอากาศในแต่ละวัน

                

ลักษณะของจุดกางเต็นท์ที่นี่จะเป็นพื้นที่แคบๆ กระจายอยู่หลายที่ หากมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปมากจะมีปัญหาเรื่องพื้นที่กางเต็นท์

การไปชมทะเลหมอกที่ กม.31 จะเดินไปหรือขับรถไปก็ได้ ที่นั่นมีที่จอดรถ

นี่ไง ศาลาชมวิวส์ ชมทะเลหมอกของจุดชมทะเลหมอกที่ กม.31 เป็นปากทางเข้าชมพระตำหนักพระเทพฯ

จากจุดชมวิวส์มองเข้าไปยังเส้นทางเข้าพระตำหนักพระเทพฯ เดินเข้าไปชมได้จึงถึงพระตำหนัก ข้างทางเป็นจุดยืนชมทะเลหมอก

ี่เส้นทางจากบ้านกร่างแคมป์มายังพระเนินทุ่งแคมป์จะต้องผ่านลำธาร 3 จุด ลำธารที่ 2 จะเป็นร่องลึกตลิ่งสูง รถตู้และรถเก๋งผ่านไม่ได้ บางคนก็บอกว่าผ่านได้ ขนาดรถปิคอัพธรรมดายังครูดกับพื้นถนน อันนี้ก็แล้วแต่ว่าใครจะเสี่ยง อันที่จริงจะปรับตลิ่งให้ลาดต่ำก็ทำได้ แต่ที่ปล่อยให้ตลิ่งสูงก็คงเพื่อลดปริมาณรถที่จะขึ้นสู่บนเขาเพราะเส้นทางค่อนข้างแคบ การที่รถขึ้นไปมากจะมีปัญหาเรื่องการจราจร

ภาพลำธารที่ 2 ที่มีตลิ่งด้านขวามือที่สูงชัน รถเก๋งจะผ่านไปได้หรือไม่ได้ตัดสินใจกันเองครับ  ถ้าดูไม่ชัดก็คลิกขยายใหญ่ได้

จาก กม.31 ไปจนสุดถนนที่ กม.36 จะต้องขับลัดเลาะไปตามไหล่เขาที่ไหลทางค่อนข้างชัน เส้นทางนี้มีจุดชมวิวส์อยู่หลายจุด จุดที่เด่นที่สุดสำหรับการชมทะเลหมอกคือที่ กม.33 เราสามารถชมทะเลหมอกได้แม้กระทั่งนั่งอยู่ในรถ จุดชมวิวส์ ชมทะเลหมอกที่ว่านั้นเป็นดังภาพข้างล่างครับ

ถ่ายตอนบ่ายโมงกว่าๆ จึงไม่มีหมอกให้เห็น

เมื่อมองออกไปจะเห็นวิวส์โล่งๆ เวิ้งว้างอย่างในรูป ในยามเช้าจะมีหมอกปกคลุมมิดผืนป่าเบื้องล่าง แต่ช่วงเวลานี้มีแต่สายฝนเป็นสาย ขาวๆ ที่เห็น

จากจุดนี้ขับต่อไปอีก 3 กม. ก็จะถึงทางตัน เป็นจุดสิ้นสุดถนนที่ กม.36 ที่จุดสุดถนนจะมีลานจอดรถที่บดอัดด้วยหินคลุกลาดยางมะตอยใช้เป็นที่จอดรถได้ประมาณ 10 กว่าคน จอดรถกันทำไม

จุดนี้เป็นจุดปากทางเข้าไปสู่น้ำตกทอทิพย์ และทางไป KU แคมป์ หากใครจะไปเที่ยวสถานที่ดังกล่าวก็จะต้องนำรถมาจอดทิ้งไว้ที่จุดนี้ ไม่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลให้แต่คาดว่าคงไม่หาย

น้ำตกทอทิพย์ ต้องเดินจากลานจอดรถ กม.36 เข้าไปอีก 4.5 กม. ทางเดินค่อนข้างลำบาก ทางชัน ทากเยอะ สภาพน้ำตกเป็นน้ำตก 9 ชั้น เหมาะที่จะไปเที่ยวในฤดูฝนเพราะน้ำเยอะน้ำตกสวย

KU แคมป์  จากลานจอดรถเดินเข้าไปอีก 4.5 กม. ช่วงแรกจะเดินเส้นทางเดียวกันกับเส้นน้ำตกทอทิพย์ พอถึงครึ่งทางให้แยกขวาตัดลงสู่ต้นน้ำเพชร KU แคมป์คือต้นแม่น้ำเพชร ที่นี่มีจุดกางเต็นท์และมีลำน้ำเพชรให้ได้ลงเล่นน้ำ ทากเยอะ การเดินทางเข้าไป KU แคมป์จะต้องมีเจ้าหน้าที่นำทางเข้าไป ไม่งั้นจะไม่อนุญาตให้เข้า ที่นี่อาจจะพบกับพี่ใหญ่ที่อาจจะมาสร้างความเสียหายกับแคมป์ได้

ยอดเขาพระเนินทุ่ง เป็นยอดเขาที่อยู่โดดเด่นท่ามกลางป่าเขาที่สลับซับซ้อน ยอดเขาพระเนินทุ่งสูง 1,207 เมตร เมื่ออยู่บนนี้จะสามารถชมทะเลหมอกได้สวยงามมาก เส้นทางเข้าสู่ยอดเขาพระเนินทุ่งต้องแยกเข้าไปจากจุดตรวจที่ กม.30 ข้างบนไม่มีน้ำจึงเป็นอุปสรรคสำหรับการไปสัมผัสความงดงามบนยอดเขาแห่งนี้ การเข้าไปพักแรมที่ยอดเขาพระเนินทุ่งจะต้องมีเจ้าหน้าที่ที่รู้จักเส้นทางนำทางเข้าไปด้วยทุกครั้ง ใช้เวลาเดินประมาณ 6 ชม.

น้ำตกปราณบุรี   อยู่ทางฝั่งถนนด้านบ้านกร่างแคมป์ ต้องเดินเข้าไปจากจุดบ้านกร่างแคมป์ไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 6 กม. ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทางเข้าไปด้วย น้ำตกปราณบุรีมีทั้งหมด 5 ชั้น เป็นน้ำตกชั้นเล็กๆ มีลักษณะสวยงามเฉพาะตัวในช่วงฤดูฝน การเดินทางค่อนข้างลำบาก 

น้ำตกแม่สะเรียง  มีทั้งหมด 3 ชั้น เป็นน้ำตกสายเล็กๆ แต่สภาพโดยรอบยังคงสภาพป่าเขาอุดมสมบูรณ์ ใช้เวลาเดินทางจากที่ทำการหน่วยบ้านกร่าง ไปกลับ 3 วัน 2 คืน

ถ้ำหัวช้าง  อยู่ห่างจากที่ทำการหน่วยบ้านกร่างไปทางทิศตะวันออกประมาณ 1 กม. เดินเท้าแยกจากเส้นทางเข้าไปประมาณ 300 เมตร ลักษณะถ้ำเป็นถ้ำหินปูน มีหินงอกหินย้อยคล้ายหัวกะโหลกช้าง

เขาประการัง   เป็นภูเขาหินปูนสีเทาอมน้ำเงิน มีหน้าผาสูง สามารถปีนป่ายขึ้นไปชมทิวทัศน์ที่สวยงามบนยอดเขาได้ และบางครั้งอาจจะพบเห็นสัตว์ป่าที่ออกมาหากินตามทุ่งหญ้าเชิงเขา และยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของลิงเสน ระยะทางเดินเท้าจากหน่วยเข้าไปประมาณ 3 กม.

ริมแอ่งแคมป์  เป็นลานกางเต็นท์ริมอ่างเก็บน้ำแก่งกระจานที่อยู่เบื้องล่าง อยู่ใกล้ๆ ที่ทำการอุทยาน มีลานกางเต็นท์ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ไปตั้งแคมป์พักแรมที่ริมอ่างเก็บน้ำ ได้สัมผัสกับบรรยากาศธรรมชาติตอนเช้าที่สดชื่น สะดวกที่จะพาครอบครัวไปพักผ่อนเพราะสะดวกสะบายรถเข้าถึง

เที่ยวตามเกาะต่างๆ ในอ่างเก็บน้ำแก่งกระจานและตั้งแคมป์พักแรมบนเกาะ   อ่างเก็บน้ำแก่งกระจานมีเกาะเล็กๆ มากมาย เกาะเหล่านี้เกิดมาจากภูเขาที่ถูกน้ำในเขื่อนท่วมจนเกือบมิด เหลือไว้เพียงเนินดินให้เราได้เห็นเป็นเกาะต่างๆ มากมายกระจายอยู่ในอ่างเก็บน้ำ เกาะต่างๆ เหล่านี้บางเกาะมีชายหาดและมีพื้นที่ราบเหมาะสำหรับการตั้งแคมป์พักแรมกับหมู่คณะ การไปตั้งแคมป์พักแรมบนเกาะในอ่างให้ติดต่อเรือที่ริมอ่างซึ่งมีมากมายเกือบทุกบ้าน เรือที่ใช้เป็นเรือหางยาวขนาดใหญ่ปลอดภัย เขาคิดค่าเช่าเที่ยวละ 600 บาท นั่งชมทิวทัศน์ในอ่างแล้วแวะตั้งแคมป์พักแรม 1-2 คืน เตรียมอาหารไปให้พร้อม แล้วนัดให้เรือมารับกลับ

 

ภาพแคมป์พักแรมบนเกาะเล็กๆ ในอ่างเก็บน้ำ ที่นี่มีกิจกรรมหลายอย่างที่น่าทำเช่น ลงเล่นน้ำ บริเวณที่เห็นเป็นหาดทรายกรวดราบเรียบไม่เป็นอันตราย บางท่านก็ตกปลาทางด้านทิศตะออกจุดนี้มีปลากระทิงมากและตัวใหญ่ๆ หรือจะเช่าเรือทั้งวัน เมื่อเขามาส่งเราที่เกาะแล้วก็ให้เขาอยู่กับเราเลย ตอนเช้าก็ออกไปตกปลาตามเวิ้งน้ำต่างๆ ตามอ่าวเล็กแคบๆ ของบางเกาะจะมีปลาชะโดชุกชุม ปลาชะโดที่นี่ตัวโต 5-7 กก ใหญ่มากๆ ขนาด 10 กก กว่าก็เยอะ  หากไม่อยากจะตกปลาแต่ชอบทานปลาก็สามารถโบกซื้อปลาจากเรือชาวบ้านที่จะมาเลาะตาข่าย ( เก็บปลาที่ติดตาข่ายที่ดักไว้ ) ก็ได้ ส่วนใหญ่จะเป็นปลานิลตัวใหญ่ๆ และปลาหมอแปะ สนนราคาก็ไม่แพง สดๆ จากแก่งกระจาน  หรือหากมีเรือ ในช่วงเย็นๆ ให้เขาพาไปหาซื้อปลาตามหมู่บ้านริมอ่าง ที่นั่นจะมีปลาขาย เป็นตัวใหญ่ๆ เป็นๆ ทั้งปลาช่อน ปลาบู่ และอีกหลายชนิด ได้บรรยากาศของชนบทริมอ่างดีเหมือนกัน

นั่งเรือชมวิวส์ทิวทัศน์ต้นลำน้ำ เที่ยวแบบนี้เป็นที่นิยมกันมาก ก็คือการนั่งเรือหางยาวขนาดใหญ่เพื่อชมบรรยากาศในอ่าง ถ้าไปเป็นคณะก็เหมาเป็นเที่ยวได้ เที่ยวละ 600-800 บาท หากไปน้อยคนเขาจะคิดเป็นรายหัว ราคาตกลงเอา การติดต่อเรือ เมื่อไปถึงหมู่บ้านริมอ่างเก็บน้ำ ท่านสามารถสอบถามได้ทุกที่เพราะแต่ละบ้านก็จะมีเรือไว้บริการนักท่องเที่ยว หรือไม่ก็จะมีเจ้าของเรือเดินมาสอบถามว่าเช่าเรือหมั๊ยคะ

ขับรถกินลมชมสันเขื่อน หากไม่อยากยุ่งยากเรื่องการเที่ยว ท่านสามารถขับรถชมแนวสันเขื่อนได้ ถูกใจมุมไหนก็จอดรถถ่ายรูป พอเบื่อที่จะชมแล้วก็ขับเข้าไปในหมู่บ้านใกล้ๆ กับที่ทำการอุทยานฯ แถวนี้จะมีบ้านพักหลายแห่งทั้งราคาประหยัดและราคาสูง เลือกได้ตามรสนิยมของแต่ละท่าน

สภาพอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน ถ่ายจากแนวสันเขื่อน